มีคนเคยประเมิณไว้ว่าตลอดชีวิตของคนคนนึง เราหมดเวลากับการ 'รอ' ประมาณ 1 ปีและเรามีสมรรถภาพในการรอลดต่ำลงเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นการรอรถเมล์ รออาหารที่ไม่ยอมมาเสิร์ฟซักทีรอภาพยนตร์ฉายหน้าโรงหนัง รวมไปถึงรอการเดินทางของเพื่อนบางทีเพราะนาฬิกาในตัวผมอาจจะถูกหมุนเร็วให้ขึ้นตามจังหวะของมหานครแห่งนี้พอลองทบทวนดูดีๆผมก็พบว่าตัวเองไม่ได้หงุดหงิดกับความสั้นยาวของการรอแต่ผมไม่ชอบใจที่ไม่รู้ว่าปลายทางของการรอคอยอยู่ที่ไหนมากกว่านั่นทำให้ผมชอบไฟแดงที่มีตัวเลขนับถอยหลังได้มันช่วยให้การรอคอยนั้นมีความหมายขึ้นไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกับการเข้าแถวจ่ายค่าโทรศัพท์หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆที่ในบัตรคิวมมีตัวเลขบอกให้รู้ว่ายังมีคนก่อนหน้าเราอีกกี่คนและการรอคอยคราวนี้น่าจะคิดเป็นเวลาซักกี่นาทีวอลต์ ดิสนีย์ เคยพูดถึงนโยบายการตั้งแถวจัดคิวไว้ว่า ลักษณะของแถวมีผลต่อความรู้สึกของคนรออย่างมากถ้าแถวขดไปขดมาเป็นงูเลื้อย คนจะรู้สึกว่าเยอะจนไม่อยากรอแต่ถ้าตั้งแถวเป็นเส้นตรงและหักเลี้ยวแค่ไม่กี่ที คนจะคิดว่าแถวไม่ยาวเท่าไหร่เขาเผยเคล็ดลับเล็กๆ ให้ฟังว่ามีการโกงลูกค้านิดหน่อยด้วยการขึ้นตัวเลขบอกเวลาว่าต้องรอ 45 นาทีทั้งที่จริงๆ แล้วต้องรอแค่ 35 นาทีเมื่อลูกค้ามาถึงปลายทางด้วยเวลาที่เร็วขึ้น 10 นาทีเขาจะรู้สึกพอใจกับการให้บริการและจะรู้สึกดีกับการเข้าคิวรอในอนาคตการเข้าคิวรอเลยเป็นเรื่อง ไม่นานเกินรออย่างที่รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยบัญญัติศัพย์คำนี้ไว้
ที่มา : AssumpBoard.com
ทำไมชีวิตต้องเกิดมารอใครสักคน
ตอบลบ